Skip links

ดริปวิตามิน

ดริปวิตามิน คืออะไร

ดริปวิตามิน หรือ IV Therapy ย่อมาจาก Intravenous Therapy หรืออีกชื่อที่เรียกกันสั้นๆ ว่า Vitamin Drip และ วิตามินบำบัด หมายถึงการให้วิตามินหรือสารน้ำผ่านทางหลอดเลือดดำเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม เพราะเดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่ต้องการความรวดเร็ว ปลอดภัย เห็นผลไว และใช้เวลาในกระบวนการทำไม่นาน การดริปวิตามินจึงได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

ดริปวิตามินเป็นการเสริมวิตามินและสารสำคัญตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล จุดประสงค์คือช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูร่างกายและความสดชื่น โดยผลลัพธ์ที่รู้สึกได้อาจแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกาย พักผ่อน และการดูแลสุขภาพร่วมด้วย

โดยทั่วไปอาจช่วยในด้านต่อไปนี้

  • สนับสนุนความสดชื่น ลดความอ่อนล้าในช่วงพักผ่อนน้อยหรือทำงานหนัก

  • ช่วยฟื้นตัวหลังเดินทาง ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมหนัก

  • ช่วยดูแลผิวให้ดูชุ่มชื้นและสุขภาพผิวโดยรวม (ขึ้นกับสูตรที่เลือก)

  • สนับสนุนการดูแลสุขภาพและภูมิคุ้มกันในช่วงที่ร่างกายต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

  • ช่วยเติมน้ำและเกลือแร่ในบางกรณีที่มีภาวะขาดน้ำเล็กน้อย

หมายเหตุ: ดริปวิตามินไม่ใช่การรักษาโรค และไม่สามารถทดแทนการพักผ่อน โภชนาการ และการดูแลสุขภาพพื้นฐานได้

ดริปวิตามินเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการดูแลร่างกายแบบเร่งด่วนในช่วงเวลาหนึ่ง หรือผู้ที่อยากเสริมการดูแลสุขภาพควบคู่กับไลฟ์สไตล์ แต่ควรเลือกสูตรและความถี่ให้เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน

มักเหมาะกับผู้ที่

  • รู้สึกอ่อนเพลีย พักผ่อนน้อย ทำงานหนัก หรือมีภาระงานต่อเนื่อง

  • เดินทางบ่อย เจอแดด อากาศร้อน หรือมีการสูญเสียน้ำง่าย

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ และต้องการการฟื้นตัวที่ดีขึ้น

  • ต้องการดูแลผิวและความสดชื่น โดยเลือกสูตรตามการประเมิน

  • ต้องการการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันร่วมกับการปรับพฤติกรรมสุขภาพ

หากมีโรคประจำตัว อยู่ระหว่างตั้งครรภ์/ให้นมบุตร หรือมีประวัติแพ้วิตามิน/ยา แนะนำให้แจ้งข้อมูลก่อนทุกครั้งเพื่อประเมินความเหมาะสม

ดริปวิตามิน แตกต่างกับการรับสารอาหาร วิตามิน หรือเกลือแร่ในรูปแบบอื่นๆ เช่น การรับประทาน การฉีดเข้ากล้ามเนื้อ การอมใต้ลิ้น รวมถึงการทาครีมเพื่อให้ดูดซึมผ่านทางผิวหนัง ในการทำดริปวิตามินนี้จะสามารถนำวิตามินและเกลือแร่เข้าสู่หลอดเลือดและส่งผลในการบำรุงร่างกายได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อย การดูดซึม หรือถูกคัดกรองผ่านด่านใดๆ หลังจากนั้นจึงจะถูกขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระโดยไม่มีการสะสมหรือตกค้างเป็นอันตรายอยู่ในร่างกาย

ด้วยประโยชน์ดังกล่าวจึงมีการปรุงสูตรการดริปวิตามินขึ้นหลายรูปแบบเพื่อให้เหมาะสมกับการดูแลสุขภาพของแต่ละบุคคล  ทั้งนี้ในแต่ละสูตรหากต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่เกิดอันตรายในการบำบัด ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำทุกครั้ง

  • เข้ารับการตรวจวัดความดันโลหิต ชีพจร อุณหภูมิกาย น้ำหนัก และ ส่วนสูง ซึ่งจำเป็นต่อการคำนวณปริมาณและความเข้มข้นของสารน้ำ รวมถึงอัตราเร็วในการให้สารน้ำเพื่อมิให้เกิดผลข้างเคียงอีกด้วย

  • พบแพทย์เพื่อปรึกษาถึงปัญหาสุขภาพที่กังวล ประวัติการเจ็บป่วย ประวัติการแพ้ยา รวมถึงการให้ข้อมูลสุขภาพโดยรวม เพื่อที่แพทย์จะได้ให้คำแนะนำในการดูและเลือกสูตรสารน้ำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

  • เจาะเลือด เพื่อประเมินสภาวะของร่างกายว่าสามารถทำดริปวิตามิน ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ รวมถึงช่วยในการปรับปริมาณความเข้มข้นของวิตามิน ความถี่และจำนวนครั้งในการบำบัดที่เหมาะสม

เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีและลดโอกาสเกิดอาการไม่สบายระหว่างทำ แนะนำให้เตรียมตัวและดูแลหลังทำอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในวันที่ร่างกายอ่อนล้าหรือพักผ่อนน้อย

ก่อนทำดริปวิตามิน

  • รับประทานอาหารอ่อน ๆ หรืออาหารปกติก่อนไปทำ (ไม่แนะนำให้ไปตอนท้องว่าง)

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนให้เหมาะสม

  • แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ทานเป็นประจำ และประวัติการแพ้ยา/วิตามิน

  • หากไม่สบาย มีไข้ หรือมีอาการติดเชื้อ แนะนำเลื่อนนัดเพื่อความปลอดภัย

หลังทำดริปวิตามิน

  • ดื่มน้ำต่อเนื่องในวันนั้น และพักผ่อนให้เพียงพอ

  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนักในช่วง 24 ชั่วโมงแรก (หรือจนกว่าจะรู้สึกปกติ)

  • หากมีรอยช้ำ/ตึงบริเวณที่ทำ สามารถประคบเย็นเบา ๆ ได้

  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะมาก ผื่นคัน หายใจไม่สะดวก ให้ติดต่อคลินิกทันที

แม้ว่าการดริปวิตามินจะเป็นวิธีบูสต์ร่างกายที่น่าสนใจ และมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก แต่ก็ยังมีข้อควรระวังในคนบางกลุ่ม ที่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการดริปวิตามิน

  • หญิงตั้งครรภ์ หรือ หญิงให้นมบุตร

  • ประวัติการแพ้ยา หรือ วิตามินใดๆ รวมถึงลักษณะอาการที่แพ้เป็นอย่างไร

  • โรคประจำตัว และยาที่รับประทานเป็นประจำ

  • ภาวะไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรัง

  • เป็นโรค G6PD

  • รับประทานยาต้านเกล็ดเลือด

  • รู้สึกไม่สบาย มีไข้สูง

  • มีผื่นหรือแผลบริเวณที่จะสอดเข็มเพื่อให้สารน้ำ เช่น ข้อพับแขน ข้อมือ หลังฝ่ามือ

  • กำลังอยู่ในช่วงอดอาหาร หรือ ควบคุมน้ำหนัก

  •  

Q: ใช้เวลานานแค่ไหน?
A: โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขึ้นกับสูตรและปริมาณที่เหมาะสม

Q: ทำเสร็จแล้วกลับไปทำงาน/เที่ยวต่อได้ไหม?
A: ส่วนใหญ่ทำได้ตามปกติ หากไม่มีอาการเวียนศีรษะหรืออ่อนเพลีย แนะนำดื่มน้ำและพักเล็กน้อยก่อนออกจากคลินิก

Q: ต้องทำบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผล?
A: ความถี่ขึ้นกับเป้าหมายและการประเมินของแต่ละบุคคล บางคนรู้สึกสดชื่นได้หลังทำครั้งแรก ขณะที่บางคนอาจต้องทำต่อเนื่องเป็นช่วง ๆ

Q: ดริปวิตามินปลอดภัยไหม?
A: โดยทั่วไปปลอดภัยเมื่อมีการซักประวัติและเลือกสูตรที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล รวมถึงทำโดยผู้เชี่ยวชาญและใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน

Q: มีผลข้างเคียงไหม?
A: อาจพบได้ เช่น รอยช้ำเล็กน้อย ปวดตึงบริเวณเข็ม หรือเวียนศีรษะเล็กน้อย ซึ่งมักดีขึ้นเอง หากมีอาการผิดปกติควรแจ้งคลินิกทันที

Q: ทำตอนเป็นหวัด/ไม่สบายได้ไหม?
A: หากมีไข้หรืออาการติดเชื้อชัดเจน แนะนำเลื่อนนัดเพื่อความปลอดภัย และให้ประเมินอาการก่อนทุกครั้ง

ทำไมต้องดริปวิตามินที่ Dii-divana

Dii-divana ให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยและประสบการณ์” ในทุกขั้นตอนของการดริปวิตามิน ตั้งแต่การซักประวัติและประเมินความเหมาะสม การเลือกสูตรที่ตอบโจทย์เป้าหมายของแต่ละบุคคล ไปจนถึงการดูแลระหว่างทำ เพื่อให้คุณได้รับการฟื้นฟูอย่างเหมาะสมและสบายใจ

เราเลือกใช้เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมกระบวนการดูแลแบบปลอดเชื้อ และการติดตามอาการหลังทำในกรณีจำเป็น เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปอย่างราบรื่น รวมถึงลดโอกาสเกิดอาการไม่สบายระหว่างทำ

เพราะการดริปวิตามินไม่ใช่แค่ “บริการเสริมสุขภาพ” แต่เป็นการดูแลที่ควรทำอย่างถูกต้องและเหมาะกับร่างกาย Dii-divana จึงออกแบบประสบการณ์ทั้งหมดให้เป็นส่วนตัว เรียบหรู และใส่ใจในรายละเอียด เพื่อให้คุณรู้สึกดีขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Contact Us
First
Last
This website uses cookies to improve your web experience.